วิธีแก้ไข
คลิกที่ปุ่ม start -> run -> พิมพ์ cmd แล้วกด enter
จากนั้นพิมพ์คำสั่ง
C:\WINDOWS\Microsoft.NET\Framework\v2.0.50727\aspnet_regiis.exe -i

อ่านรายละเอียด...
| |||||||||
| |||||||||
![]() | |||||||||
|

AMD Athlon Neo Processor เป็นซีพียูในตระกูล Athlon ที่ออกแบบสำหรับใช้กับ Ultrathin Notebooks โดยมีความเร็ว 1.6GHz มีแคช L2 ขนาด 512 KB ผลิตโดยใช้เทคโนโลยี 65 nm และใช้พลังงานไฟฟ้าเพียง 15 W เท่านั้นAthlon Neo โพรเซสเซอร์สำหรับเน็ตบุ๊กเจนเนอเรชั่น 2 ที่มีขนาดหน้าจอ 12-13 นิ้ว
โดยทางบริษัทอ้างว่า มันเร็วกว่าโพรเซสเซอร์ Atom ของ Intel ถึง 2.5
เท่าเลยทีเดียว!!!
ประโยชน์ของการสร้าง share โฟลเดอร์ก็เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ
สามารถเข้ามาใช้งานไฟล์ในเครื่องที่ share ไว้ผ่านเครือข่าย network
ได้อย่างสะดวกซึ่งอาจจะสร้างเป็น files server เป็นต้น


สำหรับการสร้าง share แบบแรกนี้สำหรับผู้ใช้ทั่วไปก็ง่ายดีครับ แต่จะเห็นว่าการ share แบบนี้ต้องขอบอกก่อนว่าเป็นการ share ให้ทุกคนสามารถเข้าใช้งานได้เหมือนกัน จะไม่สามารถกำหนดแยก user name ว่าจะให้ใครใช้งานได้บ้าง หรือใครสามารถแก้ไขข้อมูลได้ และจะไม่มีการถาม username และ password ก่อนเข้าใช้งานครับ
หากต้องการ share แบบที่สามารถกำหนดสิทธิ์การใช้งาน(permission) ที่ละเอียดขึ้น ก็สามารถทำได้ครับ (จริงๆ ทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่ซ่อนไว้แค่นั้นเอง ) ถ้าอย่างงั้นมาลองสร้าง share แบบที่กำหนดสิทธิ์ได้มากขึ้นกันครับ มายากครับ ทำตามนี้เลย
แบบที่ 2 : การสร้าง share โฟลเดอร์แบบกำหนดสิทธิ์และผู้ใช้งานได้ มีขั้นตอนดังนี้







* สำหรับความรู้เกี่ยวกับการจัดการข้อมูล Groups และ Users ในวินโดว์ XP ก็ลองไปศึกษาเพิ่มเติมนะครับ ในอินเตอร์เน็ตมีข้อมูลเหล่านี้ไว้ให้ศึกษาอยู่แล้วครับ ลอง search ดูครับ :)
*** กดปุ่ม Alt ค้างไว้และดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์จะเป็นการเปิดหน้าต่างคุณสมบัติของไฟล์(Properties) นะจ๊ะ
เกริ่นนำ: ในโลกของแฮ็กเกอร์ การที่คำถามเชิงเทคนิคที่คุณถามจะได้รับคำตอบแบบใดนั้น รูปแบบการตั้งคำถามก็มีความสำคัญเท่ากับความยากง่ายของปัญหา บทความนี้จะให้คำแนะคำว่าจะถามอย่างไรจึงจะได้คำตอบที่สมความตั้งใจมากที่ สุดพออ่านบทความแล้วก็จะได้รับคำตอบทันทีว่า คำ 2 คำที่สงสัยหมายความว่าอะไร (แฮกเกอร์เค้าคุยกันแบบนี้หรือนี่!)
ปัจจุบันการใช้งานโอเพนซอร์สได้แพร่วงกว้างออกไปมาก คุณสามารถที่จะหาคำตอบดีๆได้จากผู้ใช้ที่มีประสบการณ์ที่มีอยู่มากมายหรือ แฮ็กเกอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะกลุ่มผู้ใช้เหล่านี้มักจะมีความอดทนกับความผิดพลาดของมือใหม่ ถึงกระนั้นการปฏิบัติตัวกับผู้ใช้ที่มีประสบการณ์ในแบบเดียวกับที่คุณ ปฏิบัติกับแฮ็กเกอร์ ก็เป็นวิธีที่น่าจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการได้รับคำตอบที่ถูกต้อง
ประการแรกต้องทำความเข้าใจว่าแฮ็กเกอร์มักชอบปัญหาที่ยากๆ และดีพอ คำถามที่เต็มไปด้วยคำแนะให้กับพวกเขา ถ้าพวกเราไม่ทำ พวกเราก็คงไม่มาอยู่กันที่นี่ ถ้าคุณถามคำถามที่น่าสนใจพวกเราจะรู้สึกสำนึกในบุญคุณเป็นอย่างยิ่ง คำถามที่ดีเป็นสิ่งกระตุ้น และ เป็นของขวัญ คำถามที่ดีมีส่วนช่วยในการพัฒนาความเข้าใจของพวกเรา และ บ่อยครั้งทำให้เราพบปัญหาที่ไม่เคยได้คิดหรือ คาดไม่ถึง สำหรับแฮ็กเกอร์แล้วการได้รับคำว่า "คำถามที่ดี" ถือได้ว่าเป็นคำชมที่จริงใจและมีค่า อ่านต่อ...
RTFM และ STFW: ช่วยไขปัญหาหนักอกของคุณได้
ประเพณีโบราณและไม่ซับซ้อนประการหนึ่งคือ หากคุณได้รับคำตอบว่า "RTFM" คนที่ส่งคำตอบนี้มามีความเห็นว่าคุณ ควรจะไปอ่านคู่มือสิ (โว้ย) พวกเขานั้นมักคิดถูก ไปอ่านซะ
RTFM ยังมีญาติผู้น้องอีกคน หากคุณได้คำตอบว่า "STFW" คนที่ส่งมานั้นคิดว่าคุณ ควรจะไปหาเอาในเน็ตสิ (โว้ย) พวกเขาก็มักจะถูก ลองไปหาซะ (ยังมีแบบเบาอีก โดยคุณจะได้รับข้อความว่า "Google คือเพื่อนของนาย")
ในฟอรัม คุณจะได้รับคำแนะนำให้ค้นหาในบันทึกเก่า บางคนอาจจะช่วยถึงขนาดให้ลิ้งก์ของบันทึกเก่าที่มีการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่อย่าหวังพึ่งความใจดีให้มากนัก ให้คุณลองค้นหาเองดูก่อนจะถาม
บ่อยครั้งที่คนที่บอกให้คุณหานั้น จะมีคู่มือหรือเว็บไซต์ที่มีข้อมูลที่คุณต้องการอยู่ และกำลังเปิดมันขณะที่พวกเขากำลังพิมพ์ การตอบแบบนี้หมายความว่าพวกเขาคิดว่า (ก) ข้อมูลที่คุณต้องการนั้นหากได้ง่ายมาก (ข) คุณจะได้เรียนรู้มากกว่าหากคุณหาข้อมูลเอง แทนที่จะมีคนมาประเคนให้ถึงที่
คุณไม่ควรโกรธในกรณีนี้ สำหรับแฮ็กเกอร์แล้ว ผู้ตอบได้แสดงการยอมรับแบบหยาบๆ โดยการให้ความสนใจกับคุณ คุณควรจะขอบใจความใจดีในแบบนี้ซะด้วยซ้ำ
RTFM is an acronym for the statement "Read The Fucking Manual" or in a more polite conversation can mean "Read The Friendly Manual" or "Read The Freaking Manual" or "Read The Famous Manual" and has many more meanings not dealt with in this article. This instruction is sometimes given in response to a question when the person being asked believes that the question could be easily answered by reading the relevant "manual" or instructions. In clean texts, "Read The Fine Manual" is sometimes used. On other occasions, the F is simply ignored.
More recent variants are STFW ("Search The Fucking Web"), GIYF ("Google Is Your Friend") or JFGI ("Just Fucking Google It"). These variants have emerged due to the accumulated information on the World Wide Web and the quality of the results provided by the Google search engine.
เขียนโดยคุณลาภลอย วานิชอังกูร ซึ่งเป็นนักเขียนบทความในนิตยสารเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เราได้อ่านที่เค้าเขียนไว้หลายๆ เรื่องให้ความรู้ดีมากและเค้าเก่งจริงๆ นะ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปอ่านบทความเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่คุณลาภลอย เขียนไว้ที่ลิงก์นี้ได้นะ http://thai-cs.spaces.live.com/default.aspx
คำว่า วิทยาการคอมพิวเตอร์ มีความหมายเทียบเท่ากับคำในภาษาอังกฤษ คือ computer science (หรือในสหราชอาณาจักร นิยมใช้คำว่า computing science โดยมีความหมายต่างกันเล็กน้อย)
คำที่ใช้ในภาษาฝรั่งเศสคือ Informatique จาก "information" (สารสนเทศ) และ "automatique" (อัตโนมัติ) บัญญัติโดย Philippe Dreyfus ในปี พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) ซึ่งคำในภาษาอิตาลี Informatica และภาษาสเปน Informática ก็มีที่มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสคำนี้ ส่วนคำที่ใช้ในภาษาเยอรมันคือ Informatik ซึ่งก็ดูคล้ายกัน และมีรากจากคำทั้งสองเหมือนกัน แต่ได้ถูกบัญญัติใช้ในเยอรมันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) และเมื่อไม่นานมานี้ ในภาษาอังกฤษเอง ก็ได้มีการใช้คำว่า informatics ซึ่งก็มาจากรากเดียวกัน แต่มักใช้หมายความถึง information science (สารสนเทศศาสตร์) หรือในบางครั้งใช้แทนคำว่า computer science (หรือ computing scince) แต่กินความหมายที่กว้างไปกว่าคอมพิวเตอร์หรือเครื่องจักร โดยรวมถึงการคำนวณและสารสนเทศในธรรมชาติด้วย
สำหรับภาษาไทย คำว่า "computer science" แต่เดิมในภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า "คอมพิวเตอร์ไซแอนส์" [1] โดยเป็นชื่อของหน่วยงานหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหน่วยงานแรกในประเทศไทยที่สอนวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ต่อมาได้ย้ายมาเป็นภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ และยังคงหลักสูตรวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์มหาบัณฑิตไว้ ซึ่งเป็นหลักสูตรเดียวในประเทศที่ใช้คำว่า "วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์" ส่วนหน่วยงานที่เปิดสอนวิชานี้ในระดับปริญญาตรีแห่งแรกในประเทศไทยคือ สาขาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (ชื่อเดิม) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งสาเหตุที่เดิมเรียกว่า "ศาสตร์คอมพิวเตอร์" เนื่องจากคำว่า "ไซน์" ในความหมายนี้คือ "ศาสตร์" เช่นเดียวกับใน สังคมศาสตร์ หรือ โซเชียลไซน์ (social science)
ต่อมาราชบัณฑิตยสถานได้กำหนดคำว่า "วิทยาการคอมพิวเตอร์" ให้มีความหมายตรงกับคอมพิวเตอร์ไซน์ขึ้น ทำให้หน่วยงานที่ต่างๆ ปรับมาใช้คำว่า วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือใช้คำศัพท์อื่นๆ ที่มีความหมายใกล้เคียงตามแต่ละสถาบันกำหนด เช่น วิทยาการคณนา ซึ่งมาจากศาสตร์แห่งการคำนวณเชิงคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการเรียนการสอนเน้นทางด้านการคำนวณคณิตศาสตร์สำหรับงานคอมพิวเตอร์มากกว่า การศึกษาองค์ความรู้ที่เกียวกับคอมพิวเตอร์โดยตรง หรือ สาขาที่ใกล้เคียงอย่าง คณิตศาสตร์ประยุกต์ เป็นต้น
สาขาที่เกี่ยวข้องวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือศาสตร์คอมพิวเตอร์มีความสัมพันธ์กับสาขาอื่นๆ อีกหลายศาสตร์ ถึงแม้ว่าในแต่ละศาสตร์ จะครอบคลุมเนื้อหาที่เหมือนกันอยู่อย่างเห็นได้ชัด แต่ว่าแต่ละศาสตร์ หรือสาขาก็จะมีลักษณะสำคัญ และระดับของการศึกษ การวิจัย และการประยุกต์ใช้แตกต่างกันไปจากสาขาอื่นๆ
วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ การใช้หลักการวิศวกรรม ซึ่งเริ่มตั้งแต่การเก็บความต้องการ การออกแบบ การสร้าง การทดสอบ วิเคราะห์ จนถึงการบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับระบบคอมพิวเตอร์ หรือ ระบบอุปกรณ์ ซึ่งต้องใช้ความรู้ทั้งซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ การสื่อสาร ควบคู่กับความรู้ทางด้านวิศวกรรมวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (วิศวกรรมส่วนชุดคำสั่ง) เน้นที่กระบวนการวิศวกรรมสำหรับระบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ โดยเริ่มด้วยการวิเคราะห์ความต้องการ, การออกแบบ, การพัฒนา, การทดสอบ ตลอดจนถึงการบำรุงรักษาระบบซอฟต์แวร์
วิทยาการสารสนเทศ (สารสนเทศศาสตร์) เป็นการศึกษาเกี่ยวกับภาคทฤษฎีสารสนเทศ เริ่มตั้งแต่การรับรู้, การทำความเข้าใจ, การวิเคราะห์, การจัดเก็บ, การค้นคืน, การสร้าง, การโต้ตอบ, การสื่อสาร, และ การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ เน้นการประยุกต์ใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดกับสังคม ธุรกิจ องค์กร หรืออุตสาหกรรม
ระบบสารสนเทศ เป็นการศึกษาการใช้งานคอมพิวเตอร์ สำหรับระบบการทำงานที่อาศัยข้อมูลสารสนเทศ เพื่อจุดประสงค์ในการช่วยเหลือสนับสนุน การดำเนินงานต่างๆ ภายในองค์กร โดยคำประยุกต์ใช้งานนั้น จะมีความหมายครอบคลุมถึง การออกแบบ,ใช้งาน, การติดตั้ง, และการบำรุงรักษา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์, เครือข่าย, บุคลากร หรือข้อมูล
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ เป็นสาขาย่อยของระบบสารสนเทศ โดยจะเน้นที่ระบบสารสนเทศ ที่จัดการเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเงิน และบุคลากร
ผู้ออกแบบและวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ในบริษัทหรือองค์กรต่างๆ
ผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ และบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์
ผู้เขียนโปรแกรมประยุกต์หรือโปรแกรมระบบงาน หรือที่เรียกว่าโปรแกรมเมอร์
ผู้ออกแบบสร้างและบำรุงรักษาระบบฐานข้อมูลซึ่งเป็นระบบสารสนเทศพื้นฐานในทุกองค์กร
ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ผู้ออกแบบและโปรแกรมคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ
ผู้ออกแบบและโปรแกรมระบบกราฟิกหรืออะนิเมชั่น
ผู้ประสานงานในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์
ผู้จัดการแผนก ส่วนหรือฝ่ายคอมพิวเตอร์หรือฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศในองค์การ
ผู้ให้คำปรึกษาด้านระบบคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศแก่องค์กรต่างๆ
ผู้ประกอบธุรกิจหรือนักลงทุนด้านระบบคอมพิวเตอร์
เรียนต่อด้านไหนได้บ้าง
จบสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถไปศึกษาต่อได้ทั้งด้านเทคนิค และด้านการบริหารจัดการหรือด้านธุรกิจ ทางด้านเทคนิคหรืองานวิจัย ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถไปศึกษาต่อได้ทั้งในและต่างประเทศ โดยเรียนต่อในสาขาที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์โดยตรง เช่น ด้านระบบฐานข้อมูลในองค์กร ด้านเน็ตเวิร์ค ด้านความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ ด้านระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะหรือปัญญาประดิษฐ์ และด้านที่นำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ในงานสาขาอื่น เช่น ด้านสื่อสารมวลชน ด้านมัลติเมเดีย ด้านอะนิเมชั่น ด้านระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการแพทย์ ด้านสารสนเทศชีววิทยา ด้านการสร้างแบบจำลองเพื่อวิเคราะห์ทางเคมีและฟิสิกส์ เป็นต้น
ส่วนด้านการบริหารจัดการหรือด้านธุรกิจนั้น ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถศึกษาต่อด้านการบริหารจัดการหรือเอ็มบีเอ ด้านการจัดการระบบคอมพิวเตอร์ ด้านการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการลงทุนเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านระบบคอมพิวเตอร์เพื่อบริหารงานบัญชี ด้านระบบคอมพิวเตอร์เพื่องานบุคคล ด้านระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร ด้านการประเมินและวิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจ เป็นต้น
ที่มา :

ค่า 1 จะเป็นการซ่อนไดรฟ์ A ให้หายไป
ค่า 4 จะเป็นการซ่อนไดรฟ์ C ให้หายไป
ค่า 8 จะเป็นการซ่อนไดรฟ์ D ให้หายไป
ค่า 10 จะเป็นการซ่อนไดรฟ์ E ให้หายไป
ค่า 20 จะเป็นการซ่อนไดรฟ์ F ให้หายไป
ค่า 40 จะเป็นการซ่อนไดรฟ์ G ให้หายไป
ค่า 80 จะเป็นการซ่อนไดรฟ์ H ให้หายไป
แม้ว่าไดร์ฟ C จะถูกซ่อนอยู่หรือไดร์ฟอื่นที่ซ่อนไว้ แต่เราสามารถเข้าถึงได้ โดยพิมพ์ C: ลงในช่อง Address แล้วกดปุ่ม Enter ที่ คีย์บอร์ด ข้อมูลที่อยู่ในไดร์ฟ C: ก็จะปรากฎออกมา หากเราต้องการแก้ไขกลับเป็นแบบเดิมให้เราทำการลบไฟล์ NoDrives ที่เราสร้างขึ้นนั้นทิ้งไป แล้วรีสตาร์ทเครื่อง ก็จะกลับมาเป็นแบบเดิม
ที่มา : bcoms.net
IBM 305 RAMAC
Introduced in 1956, the IBM 305 RAMAC (Random Access Memory Accounting System) was an electronic general purpose data processing machine that maintained business records on a real-time basis. The 305 RAMAC was one of the last vacuum tube systems designed by IBM, and more than 1,000 of them were built before production ended in 1961. (from: IBM)
Hard drive hall of fame
Here's a brief look at some notable hard drives in history.
Year Drive 1956 IBM 350. Consists of 50 disks, each 24 inches in diameter. 1962 IBM comes up a storage system based on packs of six 14-inch disks. Each pack holds 2MB. Commercially, this is when drives take off. 1979 IBM develops an 8-inch drive. 1980 The 5.25-inch "Winchester" drive makes its debut. Its design plays a key
role in the development of the PC market.1983 Rodine issues a 10MB 3.25-inch drive. It's still the standard form factor
for desktops.1988 PrairieTek releases its 2.5-inch 20MB drive, the size of which remains the
mainstay in notebooks.1991 Integrated Peripherals debuts its 1.8-inch drive. Drives this size aren't
destined to go mainstream until the debut of Apple Computer's first iPod, more than 10 years later.1992 Hewlett-Packard produces a 1.3-inch drive. It doesn't make a major bang,
though drive manufacturers are now thinking about bringing it back.1999 IBM releases a 1-inch microdrive with 340MB of capacity. That capacity has
since expanded to 8GB.2004 Toshiba shrinks the drive to 0.85 inches in diameter. Many believe that this
is the smallest size drive that will be mass-made.

