Custom Search
หน้าแรก เกี่ยวกับเว็บไซต์ ข่าวกิจกรรม (+) คู่มือเด็กคอมฯ ประวัติมหาวิทยาลัยฯ ทำเนียบรุ่นศิษย์เก่า รูปภาพเพื่อนๆ สมุดเยี่ยมชมเว็บไซต์




ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ หลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์
Computer Science, Rajabhat Rajanagarindra University Alumni.

ทักทาย: " ตอนนี้เพื่อนๆ คงสบายดีกันทุกๆ คนนะ :) ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นแล้ว รักษาสุขภาพกันด้วยนะ เดี๋ยวจะไม่สบายกัน
สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังเรียนต่อกันอยู่ ก็คงใกล้จบกันแล้ว ก็ขอเอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จเร็วๆ จ้า (อย่าลืมหาเวลาผักผ่อนด้วยนะจ๊ะ)
สุดท้ายนี้ ถ้ามีข่าวแจ้งกับเพื่อนๆ ผ่านทางเว็บนี้ก็อีเมล์ไปที่นี่ได้จ้า prayut_14@hotmail.com :) "

  • งานแต่งงานพงษ์เทพ(มู) 4 มีนาคม 2555 นี้นะครับ - ขออัพเดตเว็บไซต์สักหน่อยนะครับ พักหลังไม่ค่อยได้ลงอัพเดตข่าวเพื่อนๆ กันสักเท่าไหร่ อิอิ ก็ไม่ค่อยมีเรื่องนำมาเขียนอะนะ มาคร่าวนี้ขอแจ้งข่าวงานแต่งงานของ...
    14 years ago
เว็บไซต์วิทยาการคอมพิวเตอร์ฯ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - เพื่อนๆ แวะทักทาย/แจ้งข่าว คลิกที่นี่เลยจ้า! - รับข่าวทางอีเมล์
Showing posts with label คู่มือเด็กคอมฯ. Show all posts
Showing posts with label คู่มือเด็กคอมฯ. Show all posts

Monday, October 6, 2008

การสร้าง share โฟลเดอร์ในวินโดว์ XP

สำหรับหลายๆ คนการสร้าง share โฟลเดอร์ในวินโดว์ XP คงจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ก็คงชิวๆๆ ผ่านไปได้เลยครับ แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยลอง วันนี้มาลองทำกันดูครับ


ประโยชน์ของการสร้าง share โฟลเดอร์ก็เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ
สามารถเข้ามาใช้งานไฟล์ในเครื่องที่ share ไว้ผ่านเครือข่าย network
ได้อย่างสะดวกซึ่งอาจจะสร้างเป็น files server เป็นต้น

แบบที่ 1: การสร้าง share โฟลเดอร์ในวินโดว์ XP Pro แบบเบื้องต้น มีขั้นตอนดังนี้

  1. ไปยังชื่อโฟลเดอร์ที่ต้องการ share แล้วคลิกเม้าส์ปุ่มขวาที่ชื่อโฟลเดอร์ (ตัวอย่างในรูปชื่อโฟลเดอร์คือ share_data) จะปรากฏ popup เมนูขึ้นมา ให้คลิกเลือกเมนู Sharing and Security...
  2. จะปรากฏหน้าต่าง Properties ขึ้นมาให้คลิกเลือกที่แท็บ Sharing


  3. ไปยังหัวข้อ Network sharing and security คลิกเลือกที่ลิงก์ If you understand the security risks but want to share files without running the wizard, click here. (บางกรณีจะไม่พบหัวข้อนี้ แต่จะข้ามไปข้อ 5 เลย)
  4. คลิกเลือกตัวเลือกที่ 2 (เพื่อความรวดเร็ว)
  5. จะกลับมาที่หน้าต่าง properties อีกครั้ง ที่แท็บ Sharing ในหัวข้อ Network sharing and security ให้คลิกที่ช่อง [ ] Share this folder on the network และใส่ชื่อ share name ที่ต้องการ



    โดยปกติค่าเริ่มต้นที่จะเป็นชื่อโฟลเดอร์ที่แชร์ แต่เราสามารถเปลี่ยนเป็นชื่ออื่นได้ตามต้องการ
    ถ้าหากต้องการกำหนดให้เป็น share แบบซ่อนให้ใส่ $ ตามหลังชื่อ Share name ซึ่งจะไม่แสดงให้เห็นเมื่อ browse ไฟล์ผ่าน network จะต้องพิมพ์ชื่อ share nameที่ตั้งไว้และตามด้วย $ เองจ้า
  6. หากต้องการให้ผู้อื่นสามารถ แก้ไข/ลบ/สร้างไฟล์ ผ่าน network ได้ ให้คลิกเลือกที่ช่อง [ ] Allow network users to change my files (ถ้าไม่เลือกจะเป็นการ share แบบอ่านได้อย่างเดียว)
  7. คลิกที่ปุ่ม Apply และคลิกที่ปุ่ม OK ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการสร้าง share โฟลเดอร์แล้วละครับ โดยสังเกตโฟลเดอร์ที่ share ไว้โดยทั่วไปจะมีรูปไอคอนแบบนี้

สำหรับการสร้าง share แบบแรกนี้สำหรับผู้ใช้ทั่วไปก็ง่ายดีครับ แต่จะเห็นว่าการ share แบบนี้ต้องขอบอกก่อนว่าเป็นการ share ให้ทุกคนสามารถเข้าใช้งานได้เหมือนกัน จะไม่สามารถกำหนดแยก user name ว่าจะให้ใครใช้งานได้บ้าง หรือใครสามารถแก้ไขข้อมูลได้ และจะไม่มีการถาม username และ password ก่อนเข้าใช้งานครับ

หากต้องการ share แบบที่สามารถกำหนดสิทธิ์การใช้งาน(permission) ที่ละเอียดขึ้น ก็สามารถทำได้ครับ (จริงๆ ทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่ซ่อนไว้แค่นั้นเอง ) ถ้าอย่างงั้นมาลองสร้าง share แบบที่กำหนดสิทธิ์ได้มากขึ้นกันครับ มายากครับ ทำตามนี้เลย


แบบที่ 2 : การสร้าง share โฟลเดอร์แบบกำหนดสิทธิ์และผู้ใช้งานได้ มีขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดหน้าต่าง Folder Options (ไปที่โปรแกรม Windows Explorer คลิกที่เมนู Tools -> Folder Options... หรือคลิกที่ปุ่ม start -> Run... พิมพ์คำสั่ง control folders แล้วกดปุ่ม enter)
  2. จะปรากฏหน้าต่าง Folder Options ขึ้นมาให้คลิกที่แท็บ View


  3. ในหัวข้อ Advanced settings: ให้ไปยังคลิกยกเลิกเครื่องหมายถูกออกจากช่อง [ ] Use simple file sharing (Recommended) จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Apply และคลิกที่ปุ่ม OK
  4. ไปยังชื่อโฟลเดอร์ที่ต้องการ share แล้วคลิกเม้าส์ปุ่มขวาที่ชื่อโฟลเดอร์ (ตัวอย่างในรูปชื่อโฟลเดอร์คือ share_data) จะปรากฏ popup เมนูขึ้นมา ให้คลิกเลือกเมนู Sharing and Security...
  5. จะปรากฏหน้าต่าง Properties ขึ้นมาให้คลิกเลือกที่แท็บ Sharing (จะเห็นว่าหน้าตาจะแตกต่างจากแบบที่ 1)


  6. คลิกเลือกที่ Share this folder จากนั้นใส่ชื่อ Share name ที่ต้องการ (อาจจะใส่ข้อความ comment และกำหนด User limit คือจำนวนผู้ใช้งานที่สามารถเข้าใช้งานได้พร้อมกัน ถ้าจำไม่ผิด windows xp จะยอมให้เข้าใช้งานผ่าน network ได้พร้อมกันสูงสุด 10 users)
  7. กำหนดชื่อผู้ใช้(User) หรือกลุ่ม(Groups) และสิทธิ์ที่สามารถใช้งานได้ ให้คลิกที่ปุ่ม Permissions
  8. จะปรากฏหน้าต่าง Permissions ขึ้นมา โดยค่าเริ่มต้นจะมี Everyone คือทุกคนสามารถเข้าใช้งานได้โดยมี permissions แบบ read เท่านั้น (อ่านได้ย่างเดียวแก้ไขไม่ได้)


  9. คลิกที่ปุ่ม Add... เพื่อเลือกกลุ่มหรือชื่อผู้ใช้(Group or user names) จะปรากฏหน้าต่างขึ้นมาให้คลิกที่ปุ่ม Advanced...


  10. คลิกที่ปุ่ม Find Now จากนั้นคลิกเลือกกลุ่มหรือชื่อผู้ใช้ที่ต้องการ และคลิกที่ปุ่ม OK



    * สามารถกดปุ่ม Ctrl ค้างไว้และคลิกเลือกหลายๆ รายชื่อที่ต้องการได้
  11. จะกลับมายังหน้าต่างแสดงรายชื่อที่เลือกไว้ เมื่อได้รายชื่อที่ต้องการครบแล้วให้คลิกที่ปุ่ม OK


  12. เมื่อได้รายชื่อหรือกลุ่มที่ต้องการแล้ว ก็มากำหนดสิทธิ์การใช้งาน(Permission) ให้แต่ละกลุ่มหรือผู้ใช้ตามต้องการ


  13. เมื่อกำหนดสิทธิ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็คลิกที่ปุ่ม Apply และคลิกที่ปุ่ม OK ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการสร้าง share โฟลเดอร์แล้วละครับ โดยสังเกตโฟลเดอร์ที่ share ไว้โดยทั่วไปจะมีรูปไอคอนแบบนี้

* สำหรับความรู้เกี่ยวกับการจัดการข้อมูล Groups และ Users ในวินโดว์ XP ก็ลองไปศึกษาเพิ่มเติมนะครับ ในอินเตอร์เน็ตมีข้อมูลเหล่านี้ไว้ให้ศึกษาอยู่แล้วครับ ลอง search ดูครับ :)


อ่านรายละเอียด...

Tuesday, August 19, 2008

มาตั้งเวลาตามมาตรฐานกัน

ในช่วงเดือนนี้ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับการตั้งค่าเวลามาตรฐานของไทยให้ตรงกันในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 นี้และมีอีเมล์จากเพื่อนๆ ส่งมาแจ้งเรื่องนี้ จึงลองหาข้อมูลเพิ่มเติมมาให้อ่านกันเพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้น เพื่อจะได้เตรียมตัวตั้งเวลาตามเวลามาตรฐานกัน

ทำไมต้องตั้งเวลาให้ตรงกัน?
ที่ผ่านมาเวลาของประเทศไทยไม่มีมาตรฐานแน่นอน อย่างช่วงเคารพธงชาติที่แต่ละจังหวัดเคารพธงชาติไม่ตรงกัน ดังนั้น สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติจะปรับเปลี่ยนเวลาของประเทศไทยใหม่ทั่วประเทศ เพื่อให้ถูกต้องแม่นยำตามหลักสากล ตามประกาศกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 ส.ค. 2551 นี้ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบ 4 ประเภท อาทิ ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมและกิจการกระจายภาพและเสียง ผู้ให้บริการการเข้าถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผู้ให้บริการร้านอินเตอร์เน็ตต่างๆ ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามจะต้องมีโทษปรับประมาณ 100,000-500,000 บาท


เวลามาตรฐาน
"เวลา" มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อชีวิตประจำวันของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นด้าน การทหาร, การเงิน, การแพทย์, การจราจร, การขนส่ง, การสื่อสาร, การติดต่อธุรกิจ, และอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งภายในและนอกประเทศ ดังนั้น ภารกิจของห้องปฏิบัติการด้านเวลา สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ คือ การจัดหา, รักษา และถ่ายทอด มาตรฐานทางด้านเวลา ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมและผู้ใช้บริการต่างๆ พร้อมทั้งได้มีการพัฒนาขีดความสามารถด้านการวัดเวลาและความถี่ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ตาม พ.ร.บ.พัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. 2540

ระบบเวลา

  • TAI (International Atomic Time) เวลาอะตอม เป็นเวลาที่ใช้อ้างอิงระหว่างประเทศซึ่งถูกคำนวณที่ สำนักงานชั่ง ตวง วัด ระหว่างประเทศ (BIPM) โดยใช้ข้อมูลจาก นาฬิกา ซีเซียม (Cesium clock) มากกว่า 250 เครื่องซึ่งตั้งอยู่ตามสถาบันมาตรวิทยาของประเทศต่างๆกว่า 50 ประเทศ รวมทั้งสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ประเทศไทย
  • UTC (Coordinated universal Time) คือเวลา TAI ที่ถูกเพิ่ม-ลด วินาที (Leap second) เพื่อให้สอดคล้องกับเวลาที่ได้จากการโคจรของโลก (UTC - กำหนดขึ้นในปี ค.ศ.1972 หาได้จากผลรวมของระบบเวลา TAI และ UT1, UTC(t) - TAI(t) = n seconds และ l UTC(t) - UT1(t) l < 0.9 s.
  • UTC(NIMT) คือเวลามาตรฐานประเทศไทยได้จากนาฬิกา Cesium ถูกคำนวณโดย BIPM โดยเทียบกับเวลามาตรฐานอ้างอิง UTC ซึ่งมีความไม่แน่นอนอยู่ที่ 20 นาโนวินาที จาก BIPM Circular T.
  • UT-1 (Universal Time) คือเวลาที่เกิดจากการโคจรของโลกซึ่งพัฒนามาจาก UT-0 และถูกแก้ค่า (correct) จากการเปลี่ยนแปลงทาง Longitude ของสถานีสังเกตการณ์ เนื่องจากการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของขั้วโลก โดยนิยามข้างต้นจะสามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นดังรูปที่ 1 ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าเวลามาตรฐานของประเทศต่างๆรวมทั้งประเทศไทยมีการสอบกลับได้ (Traceability) และส่งผลให้ระบบเวลาของประเทศต่างมีความถูกต้องสอดคล้องกันทั่วโลก (UT-เป็นเวลาไดนามิคส์ (dynamic time) หาได้จากการหมุนรอบตัวเองของโลก)
  • ET (Ephemeris Time) เป็นเวลาไดนามิคส์ (dynamic time) หาได้จากการเคลื่อนที่ของวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์

* หน่วยหลักสำหรับนับเวลาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกำหนดให้ 1 วินาที เท่ากับ ความถี่ 9,192,631,770 รอบของปรมณูธาตุซีเซียม 133 (Cesium 133)
* ค่าคลาดเคลื่อนของระบบให้บริการเวลาทาง Internet เมื่อเทียบกับนาฬิกาปรมณูธาตุซีเซียม 133 (Cesium 133) ประมาณ 29 ns


รูปแสดงขั้นตอนในการคำนวณหาค่า TAI และ UTC



วิธีการปรับเทียบเวลามาตรฐานทาง Internet ผ่านระบบ NTP
(Time Synchronization through Internet by NTP)


การปรับเทียบเวลามาตรฐานทาง Internet ผ่านระบบ Network Time Protocol ( NTP) คืออะไร
NTP Protocol เป็น Protocol ที่ใช้สำหรับปรับเทียบเวลา ( Time Synchronization) ของ Computer โดยอาศัยเครือข่าย Internet เป็นสื่อกลางในการส่งข้อมูลเวลามาตรฐานไปยังเครื่องลูกข่าย โดยมีเครื่องแม่ข่าย ( NTP Server) เป็นตัวให้บริการส่งเวลามาตรฐานไปยังเครื่องปลายทางเพื่อปรับเทียบเวลาให้ตรงกลับเวลามาตรฐาน ( Time Standard) ซึ่งเป็นค่าเวลาที่ทาง Time & Frequency Lab. ได้ทำการเก็บรักษาไว้โดยวิธีการเปรียบเทียบกับเวลามาตรฐานของประเทศอื่นๆซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีความถูกต้องอยู่ที่ ประมาณ 1 millisecond ในระบบ LAN และประมาณ 10 millisecond ในระบบ WAN นับว่าเป็นความคลาดเคลื่อนที่อยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งยังง่ายต่อการเข้าถึงของผู้ใช้ทั่วไป แค่เพียงมี PC ที่สามารถเชื่อมต่อ เข้าระบบ Internet ได้ผู้ใช้ก็สามารถที่จะ Synchronize เวลามาตรฐานผ่านระบบ NTP ได้ทันที

สำหรับการตั้งเวลามาตรฐานในประเทศไทยผ่านอินเทอร์เน็ตสามารถอ้างอิงเวลาได้จากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (time1.nimt.or.th หรือ time2.nimt.or.th หรือ time3.nimt.or.th) และจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ (time.navy.mi.th หรือ time2.navy.mi.th หรือ time3.navy.mi.th)


ตั้งเวลามาตรฐานสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้ตรงกับเวลาของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

กรณีใช้ Window Xp ขึ้นไปให้ double click ตรงตำแหน่งที่แสดงเวลาด้านล่างขวาของหน้าจอคอมพิวเตอร์ดังที่แสดงในรูปด้านล่าง



รูปที่ 1 แสดงตำแหน่งที่ใช้ตั้งค่าเวลา


รูปที่ 2 แสดงวิธีการตั้งค่าการ Synchronize เวลา กับเครื่องแม่ข่าย
ของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต



วิธีการตั้งค่า
  1. Click ไปที่ Tab Internet Time แล้วเลือก Check Box ที่ Automatically Synchronize with and internet time server และ ใส่ค่า IP Address ของ NTP Server ของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ดังรูปที่ 2 (เลือกใส่อันไหนก็ได้ )
    ให้ใส่ time1.nimt.or.th หรือ time2.nimt.or.th หรือ time3.nimt.or.th
  2. จากนั้นให้ Click ที่ปุ่ม Update Now และให้สังเกตบรรทัดล่างจะปรากฏคำว่า The time has been successfully synchronized with " time1.nimt.or.th ( IP Address of NIMT TIME SERVER) " on 11/2/2549 at 16:03. ( ดังแสดงในวงกลมสีแดงในรูปด้านล่าง) นั่นหมายถึงสามารถที่จะ Synchronize เวลากับเครื่องแม่ข่ายได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ ถือเป็นอันเสร็จขั้นตอนการ Synchronize เวลาจากเครื่องแม่ข่าย
  3. คลิกที่ปุ่ม Apply และคลิกที่ปุ่ม OK

โปรแกรมประยุกต์อื่นๆสำหรับใช้ Synchronize เวลาผ่านระบบเครือข่าย
นอกจากเครื่องมือมาตรฐานที่ Windows Xp ให้มาแล้วยังสามารถที่จะใช้โปรแกรมประยุกต์อื่นๆ ที่รองรับการทำงานของระบบ NTP ได้ ในที่นี้ทาง ห้องปฏิบัติการด้านเวลาและความถี่ อยากจะแนะนำ Software ที่ทำงานในลักษณะดังกล่าวอยู่ 2 ตัวได้แก่ Dimension 4 ซึ่งมีความสามารถในการรองรับการใช้งานระบบ NTP ได้ ซึ่ง Software ดังกล่าวสามารถ Download ได้ทาง Internet ที่ www.thinkman.com โปรแกรม Dimension4 ซึ่งจะยอมให้สามารถ setup ค่าต่างๆได้อย่างละเอียดและ User Interface ดูแล้วไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป (ดูการติดตั้งที่ http://www.navy.mi.th/hydro/time/)


ปัจจุบันประชาชนสามารถเทียบเวลาได้ 4 วิธี คือ

  1. การสอบเทียบเวลาที่ห้องปฏิบัติการโดยตรง
  2. การสอบเทียบทางโทรศัพท์ด้วยการโทรไปที่หมายเลข 181 เพื่อฟังเสียงโดยตรง
  3. การเทียบเวลาจากประกาศเวลามาตรฐานที่มีการประกาศตามวิทยุกระจายเสียง
  4. การสอบเทียบผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยซิงโครไนซ์เวลาได้ที่ เอ็นทีพี เซิร์ฟเวอร์ หมายเลข 203.185.69.60 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://tf.nist.gov/general/softwarelist.htm

แหล่งข้อมูล:


อ่านรายละเอียด...

Monday, July 21, 2008

ปัญหาเรื่องถามหาไฟล์ sku011.cab ของ MS Office 2003

ปัญหาเรื่องถามหาไฟล์ sku011.cab ( cabinet file ) ของ Microsoft office 2003 เวลาที่ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์เพื่อเปิดไฟล์ โดยจะถามหาไฟล์นี้ตลอดเวลา

สาเหตุเกิดได้หลายประการ
ประการหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ (ในกรณีของผม) คือ เคยลง microsoft office มากกว่า 1 ครั้ง แล้วมี user ที่ set ไว้ในเครื่องมากกว่า 1 account ซึ่งอาจทำให้เกิดการ conflict เวลาโหลดไฟล์ต่างๆ ของ office มาใช้

วิธีแก้เมื่อเจอปัญหาดังกล่าวทำได้ดังนี้
  1. ปิดโปรแกรม Ms Office ที่เปิดอยู่ทั้งหมดก่อน
  2. เปิด registry editor (คลิกที่ปุ่ม Start -> run... พิมพ์ regedit กดปุ่ม enter)
  3. เปิดไปตามคีย์ดังนี้
    HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Office\11.0\Delivery
  4. ในคีย์ Delivery จะมี DownloadCode ซึ่งจะเป็นตัวเลขลักษณะประมาณนี้อยู่
    90000409-6000-11D3-8CFE-0150048383C9
  5. คลิ๊กที่ตัวเลขแล้วสังเกตด้านขวามือให้แก้ไขค่า CDCache ให้เป็น 0

ที่มา: wara.com


อ่านรายละเอียด...

Friday, July 18, 2008

ปัญหารายละเอียดใต้รูป Thumbnails หาย

ไม่รู้มีใครเคยเจอปัญหานี้หรือเปล่า XP มีบางโฟลเดอร์เวลาแสดงรายการไฟล์(Views) ในหน้าต่าง Windows Explorer แบบ Thumbnails แล้วมีแต่รูปไม่มีรายชื่อไฟล์หรือชื่อโฟล์เดอร์แสดงอยู่ด้านล่าง แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น views แบบอื่นจะเห็นชื่อไฟล์นะ ตอนเจอปัญหานี้ก็งงไปเหมือนกันแต่ก็แก้ไขได้โดยการ restore default ให้โฟลเดอร์ แต่ก็น่าสงสัยว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไรหรือจะโดนไวรัสซะแล้ว ก็ต้องถามพี่ google เค้าอีกอะนะ จนไปอ่านว่ามีคนเจอปัญหาแบบนี้เหมือนกัน (มีเพื่อนแล้วเรา 555)

สาเหตุน่าจะเกิดจากการ กดปุ่ม Shift ค้างไว้และคลิก เมนู Thumbnails จะทำให้ชื่อไฟล์หรือชื่อโฟลเดอร์หายไป และเมื่อเปลี่ยนไปเลือก views แบบอื่นแล้วกดปุ่ม Shift ค้างไว้แล้คลิกที่เมนู Thumbnails อีกครั้งรายชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์ก็จะกลับมาแสดงตามปกติ
หรือ กด Shift ค้างไว้ขณะที่ดับเบิ้ลคลิกเพื่อเปิดโฟล์เดอร์หรือคลิกที่เมนู Explorer หรือ Open ก็ทำให้ชื่อไฟล์หรือชื่อโฟลเดอร์หายไปเมื่อ views แบบ Thumbnails เช่นกัน
*** กดปุ่ม Alt ค้างไว้และดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์จะเป็นการเปิดหน้าต่างคุณสมบัติของไฟล์(Properties) นะจ๊ะ

อ่านรายละเอียด...

Tuesday, April 29, 2008

การใช้งาน Folder Options

การใช้งาน Folder OptionsFolder Options เป็นส่วนของวินโดว์ในการกำหนดค่าของการแสดงรายการโฟลเดอร์และไฟล์ในหน้าต่าง Windows Explorer เช่น การ View แสดงไฟล์ประเภทต่างๆ, การแสดงไฟล์ซ่อน เป็นต้น

วิธีการเปิด Folder Options:
วิธีที่ 1) เปิดโปรแกรม Windows Explore คลิกที่เมนู Tools -> Folder Options...
วิธีที่ 2) คลิกที่ Start -> Settings -> Control Panel -> Folder Options
วิธีที่ 3) คลิกที่ปุ่ม Start->Run... พิมพ์ Control FolderS แล้วคลิกปุ่ม OK

รูปหน้าต่าง Folder Options


Folder Options จากที่เห็นในวินโดว์ XP จะประกอบด้วย 4 แท็บคือ General, View, File types และ Offline filesแต่โดยส่วนใหญ่จะเข้าไปใช้งานในส่วน View มากกว่าส่วนอื่นครับ

ใน Advanced Settings: จะเป็นการกำหนดการแสดงรายการ files and folders ในโปรแกรม Windows Explorer เช่น
- Hiden fildes and folders จะให้แสดงไฟล์และโฟลเดอร์ที่ซ่อนไว้หรือไม่
- Hide extension for known file types กำหนดให้ซ่อนนามสกุลไฟล์
- Hide protected operating system files กำหนดให้ซ่อนโฟลเดอร์และไฟล์ที่เป็นไฟล์ระบบของวินโดว์

มีอีกหลายหัวข้อที่น่าสนใจครับ ว่างๆ ลองไปศึกษาเพิ่มเติมเอาเองอะนะ
อ่านรายละเอียด...